Blythe Doll

Blythe Doll

Blythe Doll

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Blythe lovely Photo



Blythe lovely Photo















วิธีการดูแล Blythe

วิธีการดูแลรักษา

หน้าของตุ๊กตาบลายธ์เป็นพลาสติกโมเดล ซึ่งเป็นรอยขูดขีดง่าย ระวังอย่าโดนอะไรขูดขีดนะฮ่ะ อาจทำให้เมคอัพถลอก หรือหน้าเป็นรอยได้

ลำตัวตรงช่วงขาเป็นซิลิโคน ซึ่งเปรอะง่ายมาก ดูดสีดีมาก ต้องระวังนะฮ่ะ ส่วนมากเค้าจะใส่เลคกี้งให้ ถ้าบางรุ่นมีเลคกิ้งมาให้ ก็สบายไป แต่รุ่นไหนไม่มีต้องรีบหามาใส่เพราะ จะทำให้เลอะง่าย


วิธีแก้ ง่ายมากฮ่ะ แต่ต้องใช้เวลามากหรือน้อยขึ้นอยุ่กับระยะเวลาในการดูดสี และส่วนที่เลอะ ไปร้านขายยาหรือร้านBoots ไปถามหายาแต้มสิว ยี่ห้อ panoxyl ใช้แบบ 10% ถ้าไม่มีเอาแบบ 5% นำมาทาถูตรงส่วนที่เลอะ แล้วล้างออก คราบจะจางลงไปเอง แล้วทำซ้ำจนหาย


ส่วนผม

เส้นผมเค้าเป็นเส้นไหมฮ่ะ สามารถสระผมได้ สระแล้วเช็ดให้หมาด ให้แห้ง ตากลม อย่าใช้ไดร์ทที่มีความร้อนเด็ดขาดจะทำให้ผมละลายได้ หวีผมจัดทรงได้หมดเลย แต่ถ้าจะยืดผมม้วนผม เค้ามีวิธีที่ไม่ต้องให้ความร้อนโดนผมโดยตรง

วิธีการสระผม

แชมพูอ่อนๆๆ หรือแชมพูแบบเราก็ได้ น้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ จับน้องบลายคว่ำลงในแนวดิ่ง ใช้ขันใส่น้ำ นำหัวจุ่มลงไป ระวังอย่าให้น้ำเข้าหัว หรืออย่าให้น้ำโดนน๊อต เดี๋ยวขึ้นสนิม อย่าให้น้ำโดนขนตาเดี๋ยวหลุด สระผมตามปกติเลย ใส่ครีมนวดได้ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วเช็ดให้หมาด หวีผมให้เรียบร้อยแล้วยืนตากลมรอแห้ง ผมจะนุ่มมากฮ่ะ


วิธีดึงเชือก

ให้ดึงเชือกทำมุม 90 องศา ทำมุมกับตัวน้องนะให้น้องยืนตรงๆ แล้วดึงเชือกเวลาดึงทีละสีนะฮ่ะ ตาน้องทุกตัวมี 4 สีดึงให้ดังแกร๊กเป็นจังหวะ แล้วปล่อย แล้วดึงใหม่

ตุ๊กตา blythe ดังเป็นพลุแตก

ตุ๊กตา blythe ดังเป็นพลุแตก



ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะฮ่ะ ว่าบทความนี้ไม่ใช้ของเรา เราไปอ่านเจอมาจากหนังสือ hobby toys & model ฉบับ 104 ฮ่ะ เราเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่ชื่นชอบ blythe เลยนำมาลง เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าน้า


ใครจะคิดบ้างว่า blythe ( อ่านว่า ไบลท์ ) ตุ๊กตาหัวโต ตาห่าน หุ่นหย็องกร็อดจะกลับมามีชีวิตชีวา เบียดเสียดเข้าไปนั่งในหัวใจคนรักตุ๊กตา เหล่านี้ได้ยังไง ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆใช่ไหม เพราะดูภายนอกแล้วไบลท์ จะเหมือนตุ๊กตาที่ตื่นตระหนกตลอดเวลา ดูได้จากดวงตาที่เบิกโพลงที่แรกเห็น



ใครๆก็ต้องสะดุดกับดวงตาที่มีขนาดเท่าไข่ห่าน ตรงนี้ล่ะที่เป็นจุดเด่นลักษณะต่อไป คือหน้าผากที่ดูเอิบอิ่ม โหนกนูน ลักษณะหัวโต คืออีกลักษณะเด่นอย่างที่ 3 ของ ไบลท์ คงไม่มีเด็กคนไหนในโลกทีมีหัวอย่างเธอมาต่อกันที่ลักษณะเด่นที่ 4 คือรูปร่างที่ผอมบาง ส่วนผสมสุดท้ายคือ การแต่งกาย ที่ดูเป็นสาวทันสมัย สาวไฮโซ สาวทันสมัน working woman ดูไปก็แปลกดีนะ ที่ส่วนผสมทั้งหมดไม่มีอะไรดี แต่กลับฮิตระเบิดเถิดเทิง สะท้อนให้เห็นว่า หากคนเราจะเป็นอย่างไร หักหยิก หน้ากรอ ตัวสั้น หากรู้จักแต่งตัวให้ดูดี เลิศหรู อะไรหลายๆอย่างก็พลอยจะดูดีไปด้วยได้ คนเราวัดกันที่การแต่งกายจริงๆ แม้กระทั่งตุ๊กตาก็ยังไม่เว้น





ประวัติของน้องบลาย


ประวัติของน้องบลาย



Blythe อ่านออกเสียงว่า ไบลท์ หรือ บลายท์ เธอคือ ตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่น ที่ชื่อว่า Kenner โดยทางบริษัท ต้องการสร้างตุ๊กตา ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากตุ๊กตาแบบอื่นๆ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกนั้นถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น ด้วยดวงตากลมโตที่สามารถเปลี่ยนสีได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่มันกลับทำให้เด็กหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม


จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้นต่อมา หลังจากที่เพื่อนสนิทของ Gina Garan ( โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้มอบตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญให้ เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง Gina เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเกือบทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพ โดยมี Blythe เป็นนางแบบให้เธอได้บันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพ ชื่อ ' This is Blythe ' รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 เล่มในปี 2001


พร้อมกับนิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลกต่อมาหลังจากที่ Hasbro ( ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า ' Neo Blythes ' และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก ' Parco Limited Edition ' ( 1,000 ตัว ) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่น ต่อมา รวมถึง Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีของ Neo Blythesพร้อมเซอร์ไพรส์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe บอดี้ใหม่นามว่า ' Petite Blythe ' ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆกับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆให้ดูมี Movement เพิ่มมากขึ้น ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว ' Blythe Belle ' ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น



Blythe Doll


Blythe


เข้ามาถึงที่นี่ ก็ต้องมาดูเรื่องน้อง Blythe กันนะฮ่ะ สำหรับผู้ชื่นชอบหรือผู้สนใจเข้ามาดูบล็อกของเราได้นะ หรืออยากถามเรื่องไรเกี่ยวกับบลายละก็ ก็โพสต์มาได้เลยฮ่ะ Juner ยินดีหาข้อมูลมาตอบทุกคำถาม


....เดี๋ยวเราเริ่มมาทำความรุ้จักกับน้อง Blythe กันดีกว่า....

ตอนนี้กระแสของตุ๊กตา Blytheกำลังอินมากๆ เจ้า Blythe เป็นตุ๊กตาที่หัวโตผิดสัดส่วน ดวงตากลมโตไร้ซึ่งอารมณ์ และบางมุมมันน่ากลัวจนไม่อยากที่จะเอามาไว้ข้างกาย ถ้าใครเคยดูเรื่อง “ตุ๊กตาจ๋า” สมัยเด็ก ๆ อาจจะพอเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร แต่มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตรงกันข้ามมันกลับกลายเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นเสน่ห์ ที่ดึงดูดให้ผู้ที่เห็นแทบจะหลงรักในทันที



สิ่งที่นักสะสมชื่นชอบมากก็คือการเปลี่ยนสีผม สีตา เสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งหลาย ซึ่งดูๆแล้วไม่ต่างอะไรกับการเล่นตุ๊กตากระดาษ เพียงแต่เป็นในแบบ 3 มิติ ที่ให้อารมณ์สมจริงมากกว่า... ทางด้านราคาก็สูง มีตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่น แถมยังมีชุดเครื่องแต่งกาย อะไรต่างๆนานาอีกมาย



ในตอนแรกที่ได้เห็น Blythe ก็หลายปีแล้ว รู้สึกว่า ไม่เห้นจะน่ารักเลยชอบกันเข้าไปได้ไง มันดูน่ากลัวจะตาย แต่หลังๆมานี่ก็เริ่มคิดว่าบางมุม ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ เพราะหน้าตาเริ่มมีรอยยิ้มจางๆให้เห้นแล้ว คนทำคงคิดเหมือนกันว่าเวอร์ชั่นเก่านี่รู้ไร้อารมณ์สิ้นดี แต่ไม่รู้ว่าที่รู้สึกแบบนี้จะเป็นไปตามกระแสแฟนชั่นนิยมรึป่าว ถึงยังไงก็ยังไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของ Blythe สักตัวเพราะคิดว่าแพงจังเลยเนอะ... เอาไปกินหนมดีกว่า



ส่วนในเรื่องของประวัติของ Blythe นั้นมีเชื้อชาติอเมริกา เติบโตที่อเมริกา... แต่ไม่ยักกะดังมีผู้ชื่นชอบแค่บางกลุ่ม และเริ่มคนสนใจกันมากขึ้น เมื่อมีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ นำเจ้า Blythe ไป ด้วยทุกหนทุกแห่ง และให้ Blytheเป็นนางแบบส่วนตัวให้อีกต่างหาก (ที่นี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไม่ผู้ที่ชื่นชอบต้องนำ Blythe doll ของตัวเองไปเที่ยวที่โน่นที่นี้และจัดฉากถ่ายรูปให้กับมัน)
แต่เมื่อมาถึงผู้สืบทอดกิจการ...รุ่นต่อมาได้มอบสิทธิ์ให้กับญี่ปุ่นในการผลิต และก็ถูกนำมาถ่ายภาพจนได้รับความนิยมมากอย่างถ่วมท้นจาก ประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง ถึงทำให้ที่อเมริกากลับมาชื่นชอบ Blythe กันอย่างมาก

Who's me ???

นางสาวกุลธิดา พันธ์ศรี (จูน)
จบการศึกษามาจาก : โรงเรียนกุดไผทประชารรค์
กำลังศึกษาที่ : มหาวิทยาลัยมหาสารคามคณะมนุษยศาสตร์

และสังคมศาสตร์ เอกภาษาเขมร ชั้นปีที่ 3
หัสนิสิต 50010114507 เกิดวันที่ : 20/06/88

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553